จุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ จับมือ GC เปิดตัวแคมเปญ Waste This Way ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ร่วมรักษ์โลกให้ถูกทาง ในงานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74

วันนี้ (19 ธ.ค. 2562) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ Waste This Way: ร่วมกันรักษ์โลกให้ถูกทาง เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอย่างครบวงจร ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 โดยการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาขยะ พร้อมนำแนวคิด Circular Living ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามาปรับใช้ในการจัดกิจกรรม และสื่อสารไปยังนิสิตนักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นพลังเล็ก ๆ ขยายผลไปยังสังคมในวงกว้างต่อไป

ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า “GC มุ่งเน้นในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการนำแนวคิด Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความพยายามนี้ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยการกระทำขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง เราจึงให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งเสริมให้ทุกคนนำหลักการนี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและสร้างไลฟ์สไตล์แบบ Circular Living ด้วยการใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบ ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เพื่อเปลี่ยนโลกให้ดียิ่งขึ้น”

ทั้งนี้ GC ในฐานะผู้นำนวัตกรรมเคมีภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตได้มุ่งมั่นดำเนินแนวทาง “Solution for Everyone” หรือการสร้างโซลูชั่นเพื่อรองรับความต้องการของทุกคนและสนับสนุนให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ในแนวทางของแต่ละคน อาทิ การบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การพัฒนาเม็ดพลาสติกชีวภาพ GC Compostable ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ การแปรรูป อัพไซคลิงพลาสติกใช้แล้วเป็นสินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อผ้าและกระเป๋า รวมถึงการเตรียมการก่อสร้างโรงงานรีไซเคิล เพื่อ รีไซเคิลพลาสติกใช้แล้วให้เป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงระดับ Food-grade และ Packaging-grade ที่ใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมปลายน้ำ ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่ม อาหาร เครื่องสำอาง น้ำยาและเคมีภัณฑ์ทำความสะอาด ทั้งนี้ ทุกกิจกรรมที่ทำในงานฟุตบอลประเพณีฯ ต้องวัดผลได้ โดยหลังจบงาน จะมีการคำนวณ CO2 เทียบเท่า ที่สามารถลดได้จากการจัดงาน

“GC เชื่อมั่นว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินแคมเปญ Waste This Way และความร่วมมือร่วมใจของนิสิตนักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัย จะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลไปยังสังคมในวงกว้างต่อไป ยกระดับความรู้ ความเข้าใจด้านการจัดการขยะไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการดูแลทรัพยากรอย่างยั่งยืนและพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น” ดร. คงกระพัน กล่าว

ผศ.ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดี กำกับดูแลด้านพัฒนานิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จุฬาฯ มีเป้าหมายที่จะเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวระดับโลกเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในโอกาสที่ในปี 2563 จุฬาฯ จะเป็นเจ้าภาพในงานแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 เราจึงตั้งมั่นที่จะใช้งานฟุตบอลประเพณีเป็นพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและได้ลองดำเนินการจัดการขยะด้วยตนเอง โดยเราเชื่อมั่นในศักยภาพของนิสิตนักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัยในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาขยะ และเมื่อผสานกับความรู้และประสบการณ์ของ GC ทั้งนี้ เมื่อมีการสื่อสารองค์ความรู้ที่ได้จากแคมเปญนี้ออกไปสังคมจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก”

ผศ. ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหาร ศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ธรรมศาสตร์เชื่อว่าการปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมต้องเริ่มต้นตั้งแต่ ในรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักศึกษานำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในอนาคต ดังนั้น ทางมหาวิทยาลัย จึงได้ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างมากตั้งแต่ระดับนโยบาย เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ด้วย โดยจากการดำเนินการที่ผ่านมา นักศึกษาให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี ทำให้เรามีมาตรฐานการจัดการขยะที่เป็นที่น่าพึงพอใจมาโดยตลอด ในงานฟุตบอลประเพณีในครั้งนี้ ธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเผยแพร่แนวทางนี้ออกไปสู่สังคม โดยเราต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าการรักษ์โลกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากในปีนี้ ทั้งสองมหาวิทยาลัยสามารถเริ่มลงมือทำได้ ทุกภาคส่วนในสังคมก็สามารถเริ่มต้นได้เช่นกัน”

นายศิลา รัตนวลีวงศ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานระดับนิสิต ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “นิสิตจุฬาฯ หลายคนเคยมีส่วนร่วมในการจัดการขยะภายในมหาวิทยาลัยอยู่บ้างผ่านโครงการ Chula Zero Waste อย่างไรก็ตาม การจัดงานฟุตบอลประเพณีในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการสอดแทรกแนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าไปต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อปรับเปลี่ยนการดำเนินงานทั้งหมดให้มีทิศทางตรงกัน แต่คณะผู้จัดงานจากทั้งสองมหาวิทยาลัยต่างก็ตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาขยะและทราบดีว่าทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขก่อนที่จะสายเกินไป พวกเราซึ่งเป็นผู้จัดงานในปีนี้ จึงตั้งมั่นที่จะร่วมกันแสดงการเปลี่ยนแปลงให้สังคมได้เห็นผ่านการเปลี่ยนงานฟุตบอลประเพณีในครั้งนี้ให้มีการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ”

นางสาวประภาพร สมวงษ์ รองประธานคณะกรรมการดำเนินงานระดับนิสิต ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า “ในปีนี้ คณะผู้จัดงานจะใช้คอนเซ็ปต์ “Make a CHANGE เปลี่ยน ปรับ ขยับสังคม” คือ การทำให้คนในสังคมตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และเริ่มลงมือแก้ไข ในด้านปัญหาสิ่งแวดล้อม เราจึงได้นำแนวคิด ‘ลด เปลี่ยน แยก’ มาใช้ตั้งแต่การออกแบบกิจกรรม โดยที่ “ลด” คือ การลดขยะ Single-use ที่ไม่จำเป็นในการทำกิจกรรมผ่านการลดใช้ หรือใช้ซ้ำ ส่วน “เปลี่ยน” คือการเปลี่ยนวัสดุมาเลือกใช้วัสดุทางเลือก เช่น ใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ง่าย วัสดุจากธรรมชาติ หรือวัสดุที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ สุดท้ายคือ “แยก” หมายถึง การแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปจัดการต่ออย่างเหมาะสม โดยทางฝั่งจุฬาฯ จะมีการนำแนวคิดนี้มาปรับใช้อย่างจริงจัง เช่น ชุดอาหารกลางวันที่แจกให้นิสิตบนสแตนด์แปรอักษรที่ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ เพื่อลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง และการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผลิตจากพลาสติกชีวภาพสลายตัวได้ทางชีวภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และแน่นอนว่าแนวคิดแบบเดียวกันนี้จะนำไปใช้ในส่วนอื่นของงานด้วย”

นางสาวเพ็ญพิชชา สถิรปัญญา ประธานชุมนุมเชียร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า “นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ความสำคัญในด้านสิ่งแวดล้อมและร่วมมือกับมหาวิทยาลัยดำเนินการจัดการขยะอย่างต่อเนื่อง จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สองมหาวิทยาลัยจะร่วมมือกันผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดการขยะ โดยทางผู้จัดงานเห็นว่างานฟุตบอลประเพณีในครั้งนี้จะเป็นโอกาสดีที่สองมหาวิทยาลัยจะพร้อมใจกันแสดงพลังให้สังคมได้เห็นว่าทุกคนสามารถเริ่มต้นใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสร้างการเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กันได้”

นางสาวนิษฐิดา โพธิ์ทอง ประธานคณะกรรมการจัดงานฟุตบอลประเพณี ส่วนองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า “ที่ผ่านมา หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าการใส่ใจสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันหรือในการจัดกิจกรรมจริง ๆ นั้นเป็นอย่างไร ในปีนี้ พวกเรา คณะผู้จัดงานจากทั้งสองมหาวิทยาลัยจึงได้บูรณาการเรื่องที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างการแยกขยะเข้ากับวิธีต่าง ๆ เพื่อนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น การอัพไซเคิลขวดพลาสติกประเภท PET ให้กลายเป็นรองเท้ากีฬาสำหรับน้อง ๆ นักเรียนที่ขาดแคลน หรือการส่งกระบองลมไปรีไซเคิลเป็นพลาสติกใหม่ โดยเราหวังว่าการได้เรียนรู้จากงานฟุตบอลประเพณีในครั้งนี้ สังคมจะตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการขยะให้เหมาะสม และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น”

การดำเนินการในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 นี้จะมีการเก็บข้อมูลขยะที่จัดการได้ทั้งหมด เพื่อเป็นข้อมูลและตัวอย่างของการจัดการขยะในกิจกรรมขนาดใหญ่อย่างการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้ในกิจกรรมอื่นต่อไป โดยผู้สนใจสามารถรับชมการดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ของแคมเปญนี้ได้ภายในงานแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่

เฟซบุ๊ก WasteThisWay: https://www.facebook.com/WasteThisWay/

เว็บไซต์: https://gccircularliving.pttgcgroup.com/th/activities/448/waste-this-way