GC Rayong Marathon 2019 งานวิ่งล้ำสไตล์ คิดใหม่เพื่อโลกที่ดีกว่า

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพบ้านเพจัดงานเดิน-วิ่ง GC Rayong Marathon 2019 ครั้งที่ 19 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ณ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพอากาศ บ้านเพ จ.ระยอง เพื่อร่วมส่งเสริมไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ กระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง อีกทั้งนักวิ่งทุกคนจะได้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการสวมใส่เสื้อที่แปรรูปมาจากขวดพลาสติกใส (PET) ใช้แล้ว มาผ่านกระบวนการทำเป็นเส้นใย Polyester 100% การจัดการขยะภายในงาน และส่งเสริมการใช้ภาชนะใส่อาหารที่ผ่านการรับรองฉลาก GC Compostable (ผลิตจากพลาสติกชีวภาพที่สลายตัวได้ทางชีวภาพ) ตอบสนองเทรนด์การใช้ชีวิตแบบ Circular Living ซึ่งสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy คือลดการเกิดขยะและของเสีย ลดการใช้ทรัพยากร ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติการใช้ทรัพยากรและการอนุรักษ์ทรัพยากร (Resource Revolution) เพื่อคงไว้ให้ลูกหลานในอนาคต โดยในปีนี้มีนักวิ่งสมัครเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 5,200 คน

ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร GC กล่าวว่า ในฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิต บริษัทฯ มุ่งมั่นในการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจควบคู่กับการดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านการบูรณาการความรู้ ทรัพยากร เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในทุกด้าน อย่างเต็มกำลัง เราส่งเสริมพร้อมริเริ่มและดำเนินโครงการ เพื่อสังคมต่างๆ ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อส่งมอบคุณค่าและและคุณประโยชน์ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และขยายผลความสำเร็จไปสู่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทย และโลกให้ดียิ่งขึ้น ตามแนวคิด Chemistry for Better Living เคมีที่เข้าถึงทุกความสุข

สำหรับการจัดการแข่งขันเดิน-วิ่ง “GC Rayong Marathon 2019” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญด้านกีฬาที่บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนแก่ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพบ้านเพต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว ซึ่งในปีนี้ นอกเหนือจากการสนับสนุนการจัดงานแล้ว บริษัทฯ ยังสนับสนุนการจัดทำเสื้อที่แปรรูปมาจากขวดพลาสติกใส (PET) ใช้แล้ว มาผ่านกระบวนการทำเป็นเส้นใย Polyester 100% สำหรับนักกีฬาเดิน-วิ่ง และเจ้าหน้าที่จัดงาน ทำให้ช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกได้อีกทางหนึ่ง สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

นายธานินทร์ บุญธาราม ประธานชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพบ้านเพ กล่าวเสริมว่า สำหรับการแข่งขันกีฬาเดิน-วิ่ง “GC Rayong Marathon 2019” มีกำหนดจัดงานในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ณ ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพอากาศ บ้านเพ โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตร ระยะฮาร์ฟมาราธอน 21.100 กิโลเมตร ระยะมินิมาราธอน 10.550 กิโมเมตร และระยะไมโครมาราธอน 5 กิโลเมตร ซึ่งทางชมรมฯ ได้เตรียมความพร้อมในหลายๆ ด้านเพื่อรองรับนักวิ่งจากทั่วประเทศไทยที่จะมาร่วมวิ่งในครั้งนี้ เป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักวิ่งให้มากที่สุด โดยคำนึงถึงเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของนักวิ่งเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการปิดการจราจร ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาล เป็นต้น

ว่าที่ร้อยตรีพิรุณ เหมะรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า ในนามของจังหวัดระยอง ขอขอบคุณคณะผู้จัดการแข่งขันกีฬาเดิน-วิ่ง “GC Rayong Marathon 2019” ทุกภาคส่วน รวมถึงท่านสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และนับว่าเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมเรื่องการออกกำลังกายแก่ประชาชนทุกเพศทุกวัย เพื่อสร้างสุขภาพที่ดี ลดความเครียดและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน อีกทั้งงานวิ่งครั้งนี้ได้มีการบริหารจัดการขยะภายในงานอย่างดี คำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และรณรงค์ให้นักวิ่งได้สวมใส่เสื้อที่ทำมาจากขวดพลาสติกใส (PET) ใช้แล้ว เป็นการลดปริมาณขยะได้เป็นจำนวนมาก

สำหรับเส้นทางแข่งขันในครั้งนี้ยังคงยึดเส้นทางเดิมคือ เลียบชายหาดของจังหวัดระยองชายหาด ได้แก่ สวนสน อ่าวเพ และหาดแม่รำพึง เป็นเส้นทางวิ่งธรรมชาติที่มีความสวยงามไม่แพ้จังหวัดชายทะเลในภาคอื่นๆ ซึ่งนักวิ่งที่มีใจรักษ์สิ่งแวดล้อมทุกท่านจะได้ชมความสวยงามของชายหาดจังหวัดระยอง นับเป็นอีกหนึ่งสีสันในการท่องเที่ยวของภาคตะวันออก พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตของคนระยองตลอดเส้นทางการแข่งขัน ซึ่งในปีนี้มีนักวิ่งสมัครเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 5,200 คน ไม่นับรวมครอบครัวที่ติดตามมาพักผ่อนท่องเที่ยวอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้มีการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง โดยที่พักในระยะการการแข่งจันจากสถานที่จัดงานได้ถูกจองเต็มในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงร้านอาหาร ร้านขายของฝาก ของที่ระลึกอื่นๆ เต็มไปด้วยนักกีฬาและผู้ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมในช่วงเวลาดังกล่าว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดระยองได้เป็นอย่างดี